จากกรณีคดีของ “บุ๋ม ปนัดดา” และ “ก๊อต อธิป” ที่กำลังเป็นประเด็นจับตา โดยเฉพาะเรื่องการดำเนินคดีและการขอประกันตัว ล่าสุด ไทยนิวส์ออนไลน์ ได้โทรศัพท์สัมภาษณ์ รองศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ประธานหลักสูตรอาชญาวิทยาและนวัตกรรมความปลอดภัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เพื่ออธิบายขั้นตอนทางกฎหมาย หากผู้ต้องหาไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว รวมถึงแนวทางการต่อสู้คดีเมื่ออยู่ภายในเรือนจำ

ชะตา บุ๋ม-ก๊อต ถ้าชวดประกัน สู้ในคุก เคยทำดีก็ไม่ช่วยพ้นผิด

ชะตา บุ๋ม-ก๊อต ถ้าชวดประกัน สู้ในคุก เคยทำดีก็ไม่ช่วยพ้นผิด
– หากไม่ได้ประกันตัว ต้องเข้าเรือนจำและใส่ชุดนักโทษทันทีหรือไม่?
อาจารย์โต้งอธิบายว่า เมื่อบุคคลตกอยู่ในสถานะผู้ต้องหา จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนกฎหมาย และอยู่ภายใต้อำนาจควบคุมตัวของตำรวจ โดยเมื่อครบกำหนดควบคุมตัวตามกฎหมาย 48 ชั่วโมง พนักงานสอบสวนต้องดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอฝากขังระหว่างการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน
หากศาลอนุญาตให้ฝากขังและผู้ต้องหาไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ก็จะถูกส่งตัวไปยังเรือนจำ โดยในช่วงแรกจะอยู่ในแดนแรกรับ ในสถานะผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี
– อยู่ในเรือนจำ ต่อสู้คดียากขึ้นแค่ไหน?
อาจารย์โต้งมองว่า การต่อสู้คดีจากภายในเรือนจำมีความยุ่งยากกว่าการอยู่ข้างนอกอย่างแน่นอน เนื่องจากมีข้อจำกัดในการรวบรวมพยานหลักฐาน ติดต่อประสานงาน รวมถึงการขอเอกสารจากบุคคลหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่อาจต้องใช้ประกอบการต่อสู้คดี
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าผู้ต้องหาจะหมดสิทธิ์ต่อสู้คดีตามกฎหมาย โดยยังสามารถดำเนินการผ่านนักกฎหมาย ทนายความ หรือบุคคลที่เข้าเยี่ยมได้
ส่วนช่วงแรกที่อยู่ในแดนแรกรับจะมีข้อจำกัดและระเบียบเกี่ยวกับการเยี่ยม เมื่อผ่านช่วงดังกล่าวไปแล้ว จึงจะมีระยะเวลาที่ญาติและทนายความสามารถเข้าเยี่ยมได้ตามหลักเกณฑ์ของเรือนจำ

ชะตา บุ๋ม-ก๊อต ถ้าชวดประกัน สู้ในคุก เคยทำดีก็ไม่ช่วยพ้นผิด
– ไม่ยื่นประกันตัวตั้งแต่แรก รอเวลาค่อยขอใหม่ มีโอกาสหรือไม่?
อาจารย์โต้งระบุว่า มีความเป็นไปได้ทั้งสองแนวทาง แนวทางแรกคือการยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน หรือชั้นตำรวจ ซึ่งหากไม่ได้รับอนุญาต ก็ยังสามารถยื่นคำร้องต่อศาลได้ในขั้นตอนที่มีการขอฝากขัง
อีกแนวทางหนึ่งคือยังไม่ยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวในช่วงแรก แต่รอให้เวลาผ่านไป เช่น 3-5 เดือน เพื่อให้พนักงานสอบสวนมีเวลารวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนจะยื่นคำร้องขอประกันตัวอีกครั้ง
โดยอาจนำประเด็นระยะเวลาที่ผ่านไปมาใช้ประกอบการพิจารณา หากมีข้อคัดค้านจากพนักงานสอบสวนว่าการปล่อยตัวอาจเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ทั้งนี้ การจะได้รับอนุญาตหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลและข้อเท็จจริงในแต่ละคดี

ชะตา บุ๋ม-ก๊อต ถ้าชวดประกัน สู้ในคุก เคยทำดีก็ไม่ช่วยพ้นผิด
– ความดีที่เคยทำเพื่อสังคม มีผลช่วยเรื่องคดีได้หรือไม่?
ประเด็นนี้อาจารย์โต้งย้ำว่า ต้องแยกระหว่างการทำความดีช่วยเหลือสังคมกับการกระทำความผิดออกจากกัน เพราะการทำความดีในอดีตไม่ได้ทำให้พ้นจากความรับผิดทางอาญา และไม่ได้หมายความว่าจะไม่ถูกลงโทษ
อย่างไรก็ตาม ประวัติการทำความดีอาจถูกนำมาประกอบการพิจารณาในฐานะเหตุบรรเทาโทษได้ แต่จะมีผลมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ข้อกล่าวหา และแนวทางการต่อสู้คดี รวมถึงการให้การของจำเลยว่าจะรับสารภาพหรือต่อสู้คดี
ส่วนกรณีรับสารภาพ อาจเป็นเหตุให้ศาลพิจารณาลดโทษได้ตามกฎหมาย แต่ไม่ใช่ว่าจะลดให้โดยอัตโนมัติทุกกรณี
สำหรับคดีนี้มีการพูดถึงข้อหาหลัก 3 ประเด็น ได้แก่ ฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน ซึ่งเป็นข้อหาที่มีอัตราโทษแตกต่างกัน และอาจมีประเด็นเรื่องการกระทำหลายกรรมต่างวาระเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ทั้งนี้ ขั้นตอนและผลทางคดีจะต้องพิจารณาจากข้อกล่าวหาที่พนักงานสอบสวนแจ้งอย่างเป็นทางการ รวมถึงพยานหลักฐานและคำวินิจฉัยของศาลต่อไป
