ติดตามกันอย่างต่อเนื่องสำหรับกรณีของ บุ๋ม ปนัดดา และ มูลนิธิองค์กรทำดี ล่าสุดในรายการโหนกระแส ได้เชิญ องุ่น ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าเธอเป็น เหรัญญิก ในมูลนิธิองค์กรทำดี และเป็น ลูกน้องคนสนิทของบุ๋ม ปนัดดา มาร่วมพูดคุยถึงประเด็นการเงิน หลังพบข้อมูลว่ามีเงินโอนเข้าบัญชีขององุ่นรวมกว่า 14 ล้านบาท โดยเฉพาะในปี 2568 ซึ่งมีเงินเข้าบัญชีเฉลี่ยเดือนละประมาณ 1 ล้านบาท

ช่วงหนึ่งของรายการ หนุ่ม กรรชัย ได้สอบถามถึงความสัมพันธ์และหน้าที่ขององุ่นในฐานะคนสนิทของบุ๋ม ปนัดดา โดยองุ่นยอมรับว่าสนิทกับบุ๋มจริง แต่ยืนยันว่าไม่เคยได้รับรู้เรื่องการซื้อที่ดินหรือรายละเอียดทางการเงินของมูลนิธิ เนื่องจากบุ๋มไม่ได้เล่าเรื่องเหล่านี้ให้ฟัง
เมื่อถูกถามถึงหน้าที่ในมูลนิธิ องุ่นชี้แจงว่า ตนดูแลเฉพาะทีมงาน ซึ่งมีทั้งหมด 67 คน แต่ในเวลาลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจจะมีทีมงานประมาณ 24 คน โดยหนึ่งในภารกิจหลักคือการรับส่งศพฟรี รวมถึงการใช้รถพยาบาล 6 คัน รับส่งผู้ป่วยที่ไม่มีเงินเดินทางกลับบ้าน

ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน องุ่นระบุว่า ทีมงานจะได้รับค่าดำเนินการตามระยะทาง กิโลเมตรละ 7 บาท ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายในการดูแลตัวเองระหว่างปฏิบัติภารกิจแล้ว ขณะที่ค่าใช้จ่ายประจำของมูลนิธิในช่วงที่ไม่มีภารกิจใหญ่ จะอยู่ที่ประมาณเดือนละ 300,000 – 400,000 บาท แต่หากมีภารกิจพิเศษหรือลงพื้นที่นอกสถานที่ก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อหนุ่ม กรรชัย ถามว่าองุ่นเคยรับรู้ตัวเลขเงินในบัญชีของมูลนิธิหรือไม่ เจ้าตัวยืนยันว่าไม่เคยเห็น และไม่เคยได้รับทราบรายละเอียด เนื่องจากบุ๋มไม่ได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้รู้
ต่อมา เอก สายไหม ได้หยิบยกข้อมูลรายการเงินเข้าบัญชีขององุ่นในปี 2568 ขึ้นมาสอบถาม โดยระบุว่ามีเงินโอนเข้ารวมเกือบ 15 ล้านบาท เฉลี่ยเดือนละประมาณ 1 ล้านบาท และบางเดือนที่มีภารกิจภัยพิบัติ เช่น เหตุการณ์น้ำท่วม มีเงินเข้ามากถึงประมาณ 1.7 – 2 ล้านบาท

เอกตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อองุ่นชี้แจงว่าค่าใช้จ่ายประจำของมูลนิธิอยู่ที่ประมาณ 300,000 – 400,000 บาทต่อเดือน และภารกิจใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกเดือน เหตุใดจึงมีเงินโอนเข้าบัญชีเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งคำถามว่าองุ่นไม่ทราบที่มาของเงินจริง ๆ หรือไม่ต้องการตรวจสอบกันแน่
ด้านองุ่นชี้แจงว่า ทุกครั้งที่บุ๋มโอนเงินมาให้ บุ๋มจะบอกกับตนเสมอว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ได้จากการทำงานและงานพรีเซ็นเตอร์ของตัวเอง โดยมักพูดทำนองว่าเป็นเงินของแม่ที่นำมาให้ทีมงานใช้ทำกิจกรรมของมูลนิธิ ทำให้ตนเข้าใจมาตลอดว่าเป็นเงินส่วนตัวของบุ๋ม
นอกจากนี้ องุ่นยังเล่าว่า บุ๋มมักพูดกับทีมงานว่าอยากใส่เงินให้มูลนิธิอย่างเต็มที่ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้คนได้มากขึ้น รวมถึงเรื่องที่ดินหรือทรัพย์สินต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ บุ๋มก็จะบอกว่าเป็นสิ่งที่ทำไว้เพื่อเป็นสมบัติของแผ่นดิน
องุ่นยอมรับว่า ด้วยคำพูดเหล่านี้ ประกอบกับการที่เห็นบุ๋มทำงานอย่างหนัก มีงานพรีเซ็นเตอร์และทำงานอยู่ตลอดเวลา จึงเชื่อว่าเงินที่นำมาให้มูลนิธิเป็นเงินที่บุ๋มหามาได้จากการทำงานของตัวเอง และไม่ได้สงสัยถึงที่มาของเงินดังกล่าว

“แกก็จะพูดว่า “เนี่ยคือเงินที่ฉัน ทำงานได้นะ เนี่ยคือเงินที่ฉันได้จากพรีเซ็นเตอร์นะ แกจะบอกอย่างนี้ตลอด ซึ่งหนู ก็เลยเหมือนบอกว่า “เออ แก นี่เงินแม่นะ แม่ให้เรามานะ ป่ะ เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรมกัน เราจะไปทำอะไร” คืออย่างที่บอกค่ะ พอเวลาแกพูดอย่างเนี่ย หนู ก็จะไม่ได้สงสัยเลยว่า แม่คะเงินนี้มาจากไหน? หนูคิดว่าเงินที่ให้มาเนี่ย เป็นเงินส่วนตัว เวลาถามอะค่ะว่า “แม่คะ มันมีเงินบริจาคเข้ามาไหม?” แกก็จะบอกว่า “ไม่เยอะหรอกแก มีมาทีละ 9 บาท 19 บาท”
หลังจากที่ได้ฟังว่า องุ่น ได้เงินเดือนละล้านมาได้ยังไง ทำให้ หนุ่ม กรรชัย และ เอก สายไหมถึงกับอุทานเลยว่า “บ้า คุณไปคิดอย่างงั้นได้ยังไง”
อย่างไรก็ตาม ทนายอาคม ได้เพิ่มเติมว่า “คำถามที่ว่า ทำไมเดือนละล้านแล้วไม่สงสัย เราลองดูรายละเอียดลงไปลึก ๆ ดีกว่า ว่าเวลานำโอนเนี่ย เขาโอนทีละนิด ทีละ 50,000 ทีละ 20,000 วันวันหนึ่งอาจจะโอน 2 รอบ 3 รอบ”

